<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-4158579319230031678</id><updated>2011-04-22T05:44:41.215+07:00</updated><title type='text'>ดูแลสุขภาพ ด้วยสมุนไพร อาหารเสริม</title><subtitle type='html'>สุขภาพดี มีชัยไปกว่าครึ่ง หันมาดูแลสุขภาพกันเถอะ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://dmw2439933.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dmw2439933.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>healthy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11326112111591827097</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>9</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4158579319230031678.post-4409208245786055726</id><published>2009-01-20T16:25:00.013+07:00</published><updated>2009-01-20T16:45:22.547+07:00</updated><title type='text'>น้ำข้าวกล้องงอก</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_ErKkK1N7nlQ/SXWZZZFavEI/AAAAAAAAAA8/55lq9eN51E8/s1600-h/rice.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5293305598553275458" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 220px; CURSOR: hand; HEIGHT: 140px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_ErKkK1N7nlQ/SXWZZZFavEI/AAAAAAAAAA8/55lq9eN51E8/s320/rice.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้าวกล้อง เป็นข้าวที่มีสารอาหารมาก เนื่องจากข้าวกล้องผ่านกรรมวิธีการสีเพียงครั้งเดียว ทำให้ข้าวที่เหลือยังมีจมูกข้าว น้ำมันรำข้าว และเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว(รำ)อยู่ครบถ้วน ซึ่งจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวนี้ล้วนอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยอาหาร จึงเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าข้าวประเภทอื่นๆ อาทิเช่น ป้องกันอัลไซเมอร์ ชะลอความแก่ชรา ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ไม่ให้แก่ก่อนวัย นักวิชาการเผย สรรพคุณน้ำข้าวกล้องงอกดีกว่าเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง ช่วยระบบย่อยอาหาร น้ำข้าวกล้องงอกสามารถทำกินเองในครอบครัวได้ง่าย และผู้เชี่ยวชาญ ชี้ ในน้ำข้าวกล้อง งอก มีสาร "กาบ้า" จำนวนมาก มีสรรพคุณบำรุงประสาท และควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:90;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;วิธีทำน้ำข้าวกล้องงอกอย่างง่ายๆ มีขั้นตอนดังนี้&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;1. คัดเมล็ดข้าวกล้องใหม่ 1 ขีด (100กรัม) และล้างน้ำให้สะอาด&lt;br /&gt;&amp;nbsp;2. นำไปแช่น้ำประมาณ 1 ลิตร ทิ้งไว้ประมาณ 5-6 ชม.ก็จะเกิดเป็นตุ่มงอกสีขาวขึ้น&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาที่เมล็ดข้าวพอมองเห็น&lt;br /&gt;&amp;nbsp;3. นำข้าวกล้องขึ้นแล้วนำมาผึ่งให้แห้ง&lt;br /&gt;&amp;nbsp;4. นำข้าวกล้องงอกไปต้มใช้ไฟปานกลางให้เดือด แต่อย่าให้เดือดมาก&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะถ้าร้อนมากเกินไป สารกาบ้าจะถูกทำลายมาก หากเดือดพอดีให้เคี่ยวไป&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัก 15-20 นาทีสารกาบ้าจะยังอยู่ในข้าวถึง 70เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นปริมาณ&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพียงพอต่อร่างกาย&lt;br /&gt;&amp;nbsp;5. เสร็จแล้วใช้ผ้าขาวบาง หรือกระชอน กรองน้ำออกมาดื่ม เพิ่มรสชาติโดยโรย&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกลือป่นให้ออกเค็มเล็กน้อย ก็จะเพิ่มความอร่อย นอกจากความหอมหวาน&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มีอยู่ในน้ำข้าวกล้องงอกแล้วทั้งหมดนี้เป็นสูตรที่ศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวปทุมธานี&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายในหลวง ทุก 3 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สูตรทำน้ำข้าวกล้องโดย สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4158579319230031678-4409208245786055726?l=dmw2439933.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dmw2439933.blogspot.com/feeds/4409208245786055726/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4158579319230031678&amp;postID=4409208245786055726' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/4409208245786055726'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/4409208245786055726'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dmw2439933.blogspot.com/2009/01/blog-post.html' title='น้ำข้าวกล้องงอก'/><author><name>healthy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11326112111591827097</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_ErKkK1N7nlQ/SXWZZZFavEI/AAAAAAAAAA8/55lq9eN51E8/s72-c/rice.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4158579319230031678.post-164173912507819574</id><published>2008-08-14T00:34:00.002+07:00</published><updated>2008-08-14T00:34:01.240+07:00</updated><title type='text'>สุขภาพดี ด้วยสเตรอลจากพืช</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สเตรอลจากพืช&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ในปัจจุบันสเตอรอลจากพืช นิยมนำมาผสมอยู่ในรูปของอาหาร เพื่อที่จะช่วยระดับโคเลสเตอรอลในเลือด โดยสกัดจากน้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันทอลล์ (Tall Oil) ถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญของเยื่อผิวเซลล์ ทั้งพืชและสัตว์&lt;br /&gt;สเตอรอลจากพืชมีผลการศึกษาพบว่า สามารถลดระดับโคเลสเตอรอลโดยรวม และโคเลสเตอรอลชนิด LDL โดยลดการดูดซึมลงได้ประมาณ 2 กรัมต่อวัน และไม่มีผลต่อโคเลสเตอรอลชนิด HDL, ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตันได้ถึง 54% (British medical journal, law Bt al: 1994) บางส่วนจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด โดยองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา อนุญาตให้กล่าวอ้างว่า "สเตอรอลจากพืชสามารถลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตันได้" (U.S.FDA. Approved Health Claim)&lt;br /&gt;สำหรับผู้ที่ควรบริโภคสเตอรอลจากพืช คือ ผู้ใหญ่ที่ต้องการลดระดับโคเลสเตอรอลโดยรวม และโคเลสเตอรอลชนิด LDL หรือป้องกันหลังจากเกิดโรคของเส้นเลือดของหัวใจ หรือจากหลอดเลือดแดงแข็งตัวจากไขมัน แต่สำหรับเด็กก็ควรจะอยู่ในความดูแลของหมอ หากจำเป็นต้องทานสเตอรอลจากพืช &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4158579319230031678-164173912507819574?l=dmw2439933.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dmw2439933.blogspot.com/feeds/164173912507819574/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4158579319230031678&amp;postID=164173912507819574' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/164173912507819574'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/164173912507819574'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dmw2439933.blogspot.com/2008/08/blog-post_14.html' title='สุขภาพดี ด้วยสเตรอลจากพืช'/><author><name>healthy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11326112111591827097</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4158579319230031678.post-2844607657239242859</id><published>2008-08-13T00:32:00.003+07:00</published><updated>2008-08-13T00:32:00.544+07:00</updated><title type='text'>สุขภาพดี ด้วยชาเขียว</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ผลดีของสุขภาพจากชาเขียว&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ชาเขียว ที่วางขายกันโดยทั่วไปนั้น ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่รวมทั้งวัยรุ่นกำลังให้ความสนใจ และเลือกซื้อหามารับประทานกันอย่างมากนั้น เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เพราะชาเขียวให้คุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกายมาก ให้สารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งวิตามิน เกลือแร่ แต่ต้องรู้จักเลือกกันสักนิด&lt;br /&gt;ที่ผ่านมาเวลาดื่มชา หลายคนชอบเติมนม,น้ำตาลลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความมันและหอมหวานให้กับเครื่องดื่มถ้วยโปรด แต่การวิจัยล่าสุดพบว่า ชาที่เติมนม,น้ำตาลแทบจะไม่มีคุณค่าต่อสุขภาพเหลืออยู่เลย เพราะนม น้ำตาลจะไปหยุดสารที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายทันทีเมื่อผสมกับน้ำชา&lt;br /&gt;นักวิจัยทดลองจนพบว่า โปรตีนในนมจะเข้าไปจับกับสารประกอบในน้ำชา ที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ทำให้สารประกอบ Polyphenol นั้นไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อีกต่อไป ซึ่งสารตัวนี้ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ เพิ่มการเผาผลาญไขมัน เพิ่มการเผาผลาญน้ำตาลในเซลล์ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งความอยากอาหาร&lt;br /&gt;ผลการทดลองดังกล่าว ทำให้นักวิจัยคาดหวังว่า ทัศนาคติในการดื่มชาของคนจำนวนมากจะเปลี่ยนไป ดื่มชาเพียว ๆ เพราะจะได้คุณประโยชน์จากน้ำชาต่อสุขภาพอย่างมหาศาล ว่ากันถึงที่สุดแล้ว ทุกอย่างย่อมมีทางเลือกและทางออกที่ดีเสมอ ถ้าเรารู้จักเลือก และรู้จักหาทางออกอย่างฉลาด ให้กับสุขภาพเราเอง ชาเพียว ๆ ดีที่สุด&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4158579319230031678-2844607657239242859?l=dmw2439933.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dmw2439933.blogspot.com/feeds/2844607657239242859/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4158579319230031678&amp;postID=2844607657239242859' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/2844607657239242859'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/2844607657239242859'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dmw2439933.blogspot.com/2008/08/blog-post_13.html' title='สุขภาพดี ด้วยชาเขียว'/><author><name>healthy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11326112111591827097</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4158579319230031678.post-271169195980087308</id><published>2008-08-12T00:30:00.002+07:00</published><updated>2008-08-12T00:30:00.396+07:00</updated><title type='text'>วิตามิน สำคัญต่อ สุขภาพ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;วิตามิน ..ของดีอย่าได้ขาด&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;คุณรู้ไหมว่าแท้จริงแล้ว วิตามินมีประโยชน์ด้านโภชนาการมากแค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;วิตามินดี ดูดซึมและละลายได้ในน้ำมัน สามารถเก็บไว้ในเซลล์ไขมันได้นานถึง 3 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายใช้งาน ร่างกายได้รับวิตามินดีจากแสงแดดและอาหารที่รับประทาน แหล่งของวิตามินดี ได้จาก น้ำมันตับปลา,นม,เนย,ไข่,ปลาทูน่า,ปลาแซลมอน,ปลาซาร์ดีน และมาการีน&lt;br /&gt;ทำไมร่างกายถึงต้องการวิตามิน เพราะช่วยในการเจริญเติบโต เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมร่างกายให้แข็งแรง สุขภาพดี ยกตัวอย่างวิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรส เสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง นักวิทยาศาสตร์เยอรมนี มีการศึกษาพบว่า วิตามินดีนอกจากดีกับกระดูกแล้ว พบว่าคนที่มีระดับวิตามินดีต่ำ สามารถเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ และการศึกษาล่าสุดยังพบอีกว่า แคลเซียมช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดี จึงมีความสำคัญกับคนที่ต้องการมีรูปร่างผอมเพรียว&lt;br /&gt;ดังนั้นหากทานอาหารไม่พอเหมาะในแต่ละวัน การเลือกอาหารเสริมพวกวิตามินเกลือแร่รวม มารับประทานจะช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรงแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างบำรุงผิวพรรณให้สดใสและรูปร่างเพรียวอีกด้วย เรียกว่าสวยทั้งภายในและภายนอกเลยค่ะ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4158579319230031678-271169195980087308?l=dmw2439933.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dmw2439933.blogspot.com/feeds/271169195980087308/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4158579319230031678&amp;postID=271169195980087308' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/271169195980087308'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/271169195980087308'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dmw2439933.blogspot.com/2008/08/blog-post_12.html' title='วิตามิน สำคัญต่อ สุขภาพ'/><author><name>healthy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11326112111591827097</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4158579319230031678.post-1865933610456347178</id><published>2008-08-11T00:26:00.002+07:00</published><updated>2008-08-11T00:26:00.605+07:00</updated><title type='text'>สุขภาพดี ด้วยคุณค่าจาก จมูกข้าว รำข้าว</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;คุณค่าจากข้าว คุณค่าเพื่อร่างกาย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;"ข้าว" อาหารหลักที่คนเราทานมาอย่างช้านาน และรับรู้ถึงคุณค่าจากการทาน เพราะทำให้ร่างกายคนเรามีแรง และพละกำลัง&lt;br /&gt;คุณค่าที่ได้รับจากการทานข้าวนั้น แตกต่างกันไปตามลักษณะ ที่นำส่วนของข้าวมาทานตลอดจน วิธีการขัดสีข้าวเพื่อนำมาทาน เนื่องจากข้าวเป็นพืชที่มีประโยชน์อย่างมากมายอยู่ที่จมูกข้าว ข้าวที่นำไปผ่านการขัดสี เรียกว่า "ข้าวขาว" จะทำให้คุณค่าลดลงหรือแทบไม่เหลือคุณค่าจากวิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระ แต่เราจะได้รับแต่แป้งและน้ำตาลมาก จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมคนโบราณสีข้าว,ตำข้าวเอง จึงแข็งแรงดูอ่อนกว่าวัยมากกว่าคนปัจจุบัน เพราะนิยมทานข้าวที่มีส่วนจมูกข้าวนั่นเอง&lt;br /&gt;จมูกข้าว และรำข้าว ถือเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญมีประโยชน์ต่อร่างกาย อาทิ&lt;br /&gt;- วิตามินอี จากธรรมชาติ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มความยืดหยุ่นหลอดเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดไขมันสูง โรคหัวใจ มะเร็ง และชะลอวัย ผิวพรรณเต่งตึง สดใส&lt;br /&gt;- แกมมาโอริซานอล สารต้านอนุมูลอิสระคุณภาพสูง ปกป้องหลอดเลือด ต้านโรคร้าย ชะลอวัย&lt;br /&gt;- วิตามินบีรวม (B1,B2,B3,B5,B6,B12,กรดโฟลิค,ไบโอติน,โคลีน,ไอโนสิตอล,กรดพาราอะมิโนเบนโซอิก) บำรุงระบบประสาท คลายเครียด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ ป้องกันเหน็บชา&lt;br /&gt;- ฟอสโฟลิดปิด ช่วยสร้างและซ่อมเซลล์ผิว และเซลล์ประสาทสมอง&lt;br /&gt;- เซราไมด์ ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น เต่งตึง สดใส&lt;br /&gt;- กรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 6 ช่วยผิวสดใส ปรับสมดุลฮอร์โมน&lt;br /&gt;- แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เพิ่มการเผาผลาญ เสริมการเจริญเติบโต&lt;br /&gt;- Co enzyme Q10 ต้านอนุมูลอิสระ ผิวใส ชะลอเสื่อม ต้านโรคร้าย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;br /&gt;ในปัจจุบันมีความนิยม ทานจมูกข้าวและรำข้าวในรูปน้ำมันสกัดกันอย่างสูงมากด้วยคุณค่าที่ให้ประโยชน์ของสารอาหาร การเลือกทานน้ำมันจมูกข้าว, น้ำมันจากรำข้าว จึงควรเลือกการสกัดบริสุทธิ์ จริง ๆ เพื่อให้ด้ส่วนสำคัญที่มีคุณค่าของข้าว อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลในการบำรุงสุขภาพ ป้องกันเหน็บชา ช่วยให้หลอดเลือดหัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อโรคภัย เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ฯลฯ และดูอ่อนวัย ผิวพรรณสดใส&lt;br /&gt;แม้นว่ากรรมวิธีสกัดน้ำมันจากจมูกข้าว, น้ำมันจากรำข้าว จะมีวิธีการสกัดที่ใกล้เคียงกัน แต่การเลือกซื้อเพื่อนำมาทานนั้น ผู้บริโภคทุกคนควรพิจารณาถึงแหล่งที่มาของข้าวได้ผ่านกระบวนการสกัดให้สารที่สำคัญที่ให้ประโยชน์สูง หรือไม่ โดยเป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักวิชาการและผู้สนใจสุขภาพว่า แหล่งน้ำมันสกัดจากจมูกข้าว, น้ำมันจากรำข้าว จากประเทศญี่ปุ่นให้คุณค่าที่สูง ทั้งยังมีการศึกษาวิจัยถึงคุณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง อันเป็นที่เชื่อถือได้ว่าเราได้คุณค่าจากข้าว อย่างเต็ม ๆ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4158579319230031678-1865933610456347178?l=dmw2439933.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dmw2439933.blogspot.com/feeds/1865933610456347178/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4158579319230031678&amp;postID=1865933610456347178' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/1865933610456347178'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/1865933610456347178'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dmw2439933.blogspot.com/2008/08/blog-post_11.html' title='สุขภาพดี ด้วยคุณค่าจาก จมูกข้าว รำข้าว'/><author><name>healthy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11326112111591827097</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4158579319230031678.post-7247827914133922383</id><published>2008-08-10T00:23:00.003+07:00</published><updated>2008-08-10T00:23:00.905+07:00</updated><title type='text'>สุขภาพดี ด้วยกระเทียม ประโยชน์ของกระเทียม</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;สาระน่ารู้เกี่ยวกับสารธรรมชาติกระเทียม&lt;br /&gt;กระเทียมสมุนไพรจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์ร้อน ปัจจุบันกระเทียมนิยมนำมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งกระเทียมมีคุณค่าทางอาหารและยาอย่างมากมาย&lt;br /&gt;กระเทียมมีสารอาหารสำคัญ ๆ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก วิตามินบี1 วิตามินซี ไนอาซิน และเส้นใยอาหาร โดยเฉพาะฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินบี1 ที่มีปริมาณสูง ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ บำรุงประสาทและช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง&lt;br /&gt;หัวกระเทียมสดมีสารอัลลิซิน (allicin) ที่มีส่วนทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดลดลงได้มีการศึกษาพบว่าการกินกระเทียสดวันละ 15 กลีบต่อวัน จะป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันเลือดจับตัวเป็นลิ่มที่จะก่อให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือด และหัวใจขาดเลือด นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อที่ทำให้เกิดการอักเสบในปากและคอ หรือใช้รักษา อาการทอลซิลอักเสบในระยะแรก และกระเทียมบดยังใช้ทาแก้อาการกลาก เกลื้อน ได้ดีอีกด้วย&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4158579319230031678-7247827914133922383?l=dmw2439933.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dmw2439933.blogspot.com/feeds/7247827914133922383/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4158579319230031678&amp;postID=7247827914133922383' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/7247827914133922383'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/7247827914133922383'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dmw2439933.blogspot.com/2008/08/blog-post.html' title='สุขภาพดี ด้วยกระเทียม ประโยชน์ของกระเทียม'/><author><name>healthy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11326112111591827097</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4158579319230031678.post-7808761694055752465</id><published>2008-08-09T00:14:00.004+07:00</published><updated>2008-08-09T00:51:12.564+07:00</updated><title type='text'>สุขภาพดี สร้างสมดุล "โอเมก้า 3 &amp; โอเมก้า 6 &amp; โอเมก้า 7"</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;สร้างสมดุล "โอเมก้า 3 &amp;amp; โอเมก้า 6 &amp;amp; โอเมก้า 7"&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;การบริโภคอาหารที่มีโอเมก้า 3,โอเมก้า 6,โอเมก้า 7 เป็นประจำ นับเป็นสิ่งดีต่อร่างกายที่จะได้รับกรดไขมันจำเป็น เพื่อช่วยเสริมสร้างการทำงานของฮอร์โมน,อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายได้และไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ โดยต้องได้รับอย่างสมดุลในสัดส่วนของโอเมก้า 3 หนึ่งส่วน ต่อโอเมก้า 6 ห้าส่วน&lt;br /&gt;เนื่องจากว่า หากบริโภคโอเมก้า 6 (พบมากในอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันพืช) มากเกินไป แต่ได้รับโอเมก้า 3 (พบมากในอาหารที่มาจากปลาทะเล) และโอเมก้า 7 (พบมากในถั่วแมคคาดิเมีย) น้อยเกินไปจะก่อให้เกิดภาวะผิดปกติต่าง ๆ ได้ เช่น ภาวะไขมันโคเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ภาวะหลอดเลือดมีการอักเสบ โรคภูมิแพ้ ฯลฯ และเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดัน โลหิตสูง อัมพฤกษ์-อัมพาต&lt;br /&gt;และในปัจจุบันวิถีชีวิตผู้บริโภคทั่วไป มีโอกาสเสี่ยงสูง เนื่องจากมีการบริโภคอาหารที่ต้องปรุงแต่งอาหารด้วยน้ำมันพืชเป็นประจำ จึงควรเน้นย้ำวิธีสร้างสมดุลในร่างกายด้วยการบริโภค โอเมก้า 3 &amp;amp; โอเมก้า 6 &amp;amp; โอเมก้า 7 อย่างสมดุลตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเป็นผลดีต่อสุขภาพได้มากขึ้น&lt;br /&gt;การเลือกบริโภค น้ำมันปลา (เป็นแหล่งสำคัญของโอเมก้า 3), น้ำมันพริมโรสออย (เป็นแหล่งสำคัญของโอเมก้า 6), ถั่วแมคคาดีเมีย (เป็นแหล่งสำคัญของโอเมก้า 7) อย่างสม่ำเสมอ ที่หาได้ง่ายและสะดวกซื้อ เป็นทางเลือกของการดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงโรคภัยได้ และนอกจากนี้การทานอาหารลดพลังงานควบคู่กับอาหารที่มีโอเมก้า 3 (เช่น ทานปลากะตัก), รวมทั้งลดอาหารไขมันก็เป็นทางร่วมของการดูแลสุขภาพที่ดีด้วย &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4158579319230031678-7808761694055752465?l=dmw2439933.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dmw2439933.blogspot.com/feeds/7808761694055752465/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4158579319230031678&amp;postID=7808761694055752465' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/7808761694055752465'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/7808761694055752465'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dmw2439933.blogspot.com/2008/08/3-6-7.html' title='สุขภาพดี สร้างสมดุล &quot;โอเมก้า 3 &amp; โอเมก้า 6 &amp; โอเมก้า 7&quot;'/><author><name>healthy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11326112111591827097</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4158579319230031678.post-4534134538723096720</id><published>2008-08-05T00:18:00.005+07:00</published><updated>2008-08-09T00:50:47.169+07:00</updated><title type='text'>ดูแลสุขภาพ ด้วยนมผึ้ง (Royal Jelly)</title><content type='html'>&lt;a href="http://bp1.blogger.com/_ErKkK1N7nlQ/SJc6N7jtmeI/AAAAAAAAAAs/RzJAKTWl26Y/s1600-h/royal+jelly.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5230713503214311906" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp1.blogger.com/_ErKkK1N7nlQ/SJc6N7jtmeI/AAAAAAAAAAs/RzJAKTWl26Y/s320/royal+jelly.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;นมผึ้ง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;นมผึ้ง คือ น้ำหวานที่ผึ้งเก็บมาจากต่อมน้ำหวานของดอกไม้ ซึ่งมีสารอาหารในกลุ่ม คาร์โบไฮเดรต,โปรตีน,ไขมัน,วิตามิน,เกลือแร่ต่าง ๆ และฮอร์โมนบางชนิด เช่น เทสโทสเตอโรน,เอสโตรเจน ฯลฯ ที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์&lt;br /&gt;นอกจากนี้ยังพบว่า เกสรผึ้งช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ ผิวหนัง กระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงเซลล์ได้อย่างทั่วถึง และยังเพิ่มความชุ่มชื้นต่อผิวหนัง จึงช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้ดูอ่อนเยาว์ และยังช่วยลดภาวะอาการเครียด หงุดหงิดในผู้หญิงที่ย่างเข้าสู่วัยทองและตัดมดลูก เนื่องจากในนมผึ้งมีฮอร์โมนเอสโตรเจน&lt;br /&gt;สำหรับผู้ที่มีอาการเครียด นอนไม่หลับ ภูมิแพ้ควรที่จะรับประทานนมผึ้ง เพราะว่ามีสารสำคัญชนิดหนึ่งคือ Decenonic acid ซึ่งเป็นกรดธรรมชาติ ที่ช่วยคลายเครียด ทำให้อารมณ์ดีชึ้น และยังอุดมไปด้วยวิตามินบี ได้แก่ ไธอามีน ไรโบฟลาวิน ไบโอติน ฯลฯ ซึ่งเป็นสารจำเป็นต่อกระบวนการทำงานของโปรตีนรวมทั้งกรดโฟลิค ช่วยให้การทำงานของร่างกายดีขึ้น สร้างภูมิคุ้มกัน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4158579319230031678-4534134538723096720?l=dmw2439933.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dmw2439933.blogspot.com/feeds/4534134538723096720/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4158579319230031678&amp;postID=4534134538723096720' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/4534134538723096720'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/4534134538723096720'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dmw2439933.blogspot.com/2008/08/royal-jelly.html' title='ดูแลสุขภาพ ด้วยนมผึ้ง (Royal Jelly)'/><author><name>healthy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11326112111591827097</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://bp1.blogger.com/_ErKkK1N7nlQ/SJc6N7jtmeI/AAAAAAAAAAs/RzJAKTWl26Y/s72-c/royal+jelly.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4158579319230031678.post-1902710948254658231</id><published>2008-07-14T08:19:00.008+07:00</published><updated>2008-08-09T00:50:06.947+07:00</updated><title type='text'>สุขภาพ และ สมองดี ด้วยใบแป๊ะก๊วย</title><content type='html'>&lt;a href="http://bp1.blogger.com/_ErKkK1N7nlQ/SJczkamnezI/AAAAAAAAAAg/ghR0jBjCl7k/s1600-h/images.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5230706192923720498" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp1.blogger.com/_ErKkK1N7nlQ/SJczkamnezI/AAAAAAAAAAg/ghR0jBjCl7k/s320/images.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;พืชสมุนไพรพื้นเมืองของชาวจีน ถือกำเนิดขึ้นในโลก มานานกว่า 200 ล้านปี จัดเป็น Living Fossil หรือซากสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นพืชที่ชาวจีนใช้เป็นยาสมุนไพร มานานกว่า 5000 ปี&lt;br /&gt;แป๊ะก๊วยได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์นานาประเทศมีการศึกษาวิจัยถึงประโยชน์ของสมุนไพรนี้อย่างมากมาย ปัจจุบันมีการสกัดสาระสำคัญจากใบแป๊ะก๊วย ซึ่งสารสกัดที่ได้มาตรฐานต้องมี ฟลาโวนกลัยโคไซด์ อย่างน้อย 24% และเทอร์ปีนส์ อย่างน้อย 6% ซึ่งจากการศึกษาพบสาระสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่&lt;br /&gt;ฟลาโวนกลัยโคไซด์ มีฤทธิ์เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุทำให้เส้นเลือดอุดตัน ผลที่ตามมาคือผนังหลอดเลือดยืดหยุ่นได้ดี ไม่ตีบตัน เทอร์ปีนส์ (ประกอบด้วย จิงโกไลด์ เอ บี ซี และบิโลบาไลด์) ช่วยป้องกันการจับตัวของเกล็ดเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและอวัยวะส่วนปลายของร่างกายโดยเฉพาะผู้ที่มีความจำเสื่อม และผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คุณประโยชน์ที่ได้รับ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง และบำรุงสมองสำหรับผู้ใช้สมองมาก&lt;br /&gt;2. เพิ่มพูน ฟื้นฟูความจำ ป้องกันการหลงลืม&lt;br /&gt;3. ชะลอภาวะความจำเสื่อมในผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์&lt;br /&gt;4. บรรเทาอาการที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ กล่าวคืออาการวิงเวียนศีรษะ หูอื้อ เสียงดังในหู และปวดศีรษะ&lt;br /&gt;5. ป้องกันภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ซึ่งจะมีอาการดังต่อไปนี้ คือ มึนงง ความสามารถในการทำงานลดลง ซึมเศร้า กังวล มีเสียงดังในหู และปวดศีรษะ&lt;br /&gt;6. ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้มากมาย เช่น ประสาทตา หัวใจ และแขนขา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4158579319230031678-1902710948254658231?l=dmw2439933.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://dmw2439933.blogspot.com/feeds/1902710948254658231/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4158579319230031678&amp;postID=1902710948254658231' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/1902710948254658231'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4158579319230031678/posts/default/1902710948254658231'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://dmw2439933.blogspot.com/2008/07/blog-post.html' title='สุขภาพ และ สมองดี ด้วยใบแป๊ะก๊วย'/><author><name>healthy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11326112111591827097</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://bp1.blogger.com/_ErKkK1N7nlQ/SJczkamnezI/AAAAAAAAAAg/ghR0jBjCl7k/s72-c/images.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
